2007/Feb/09

ไม่น่าเชื่อครับ ว่า blog ที่เงียบเหงาแห่งนี้ จะโดน tag กะเค้าด้วย
โดยคุณ just jazz ครับ เค้าบอกว่าชอบมาดูรูปที่นี่ ขอบคุณมาก ๆ นะครับ
การเขียน blog เป็นสิ่งที่ดีอย่างหนึ่งนะครับ เพราะเรารู้เสมอว่าต้องมี
ซักคน (ยกเว้นตัวเราเอง) เข้ามาอ่านแน่ ๆ มันเหมือนเป็นการระบายออก
ทางนึง

มาบอกกล่าวกันเลยดีกว่า กับ 5 เรื่องที่ไม่เคยเล่ามาก่อน
1.ผมชอบเล่นเกม โดยเฉพาะพวกเกมต่อสู้ หรือเกมที่ต้องไปแข่งกับชาวบ้านมาก
เช่น wining , virtual on , starcraft แต่ผมเป็นคนเล่นเกมไม่เก่งเลยครับ เพราะผม
เป็นพวก sensitive คือตื่นเต้นง่าย และเวลาเล่นผมมักจะสงสารฝ่ายตรงข้าม (เวลา
ผมจะชนะ) และผลก็คือผมดันแพ้ไปเฉยเลยครับ -_-'แต่ก็มีบางครั้งที่ใจผมสงบมาก ๆ
ผมจะเล่นโดยไม่คิดอะไร และผลที่ออกมามันค่อนข้างดีเลยครับ

2.ผมเป็นพวก no sense of direction ครับ คือผมไม่มีความสามารถในการจำทางได้
ไปไหนมาไหน แปลก ๆ ที่ ผมต้องใช้แผนที่ หรือไม่ก็หา navigator (ซึ่งมักเป็นแฟนของผม)
ไว้ประจำตัวเสมอครับ ไม่งั้นหลงแน่นอน เคยหลงไปถึงแถวตลิ่งชัน ตอนประมาณห้าทุ่ม
ตอนนั้นปั๊มปิดแล้ว น้ำมันก็จะหมด เกือบเอาชีวิตไม่รอดครับ

3.เรื่องงานบ้าง ผมเคยฝึกงานที่ ewit สมัยที่พี่วิชญ์ พี่เหน่ง พี่นัท ยังอยู่ แล้วก็ได้รู้จักกับคุณพี
(animator ที่ทำ"ขอบอก") และเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้ผมเลือกทางนี้ครับ หลังจากนั้นก็ได้รู้จัก
กับเพื่อน ๆ หลายคน ทำให้รู้ว่า วงการนี้ แม่งโคตรจะแคบเลยครับ เบื่อขี้หน้าคับ อยากเจอ
คนอื่นมั่งคับ 555

4.ตอนเด็ก ๆ ผมเคยชอบพวกเต้น ๆ มากครับ แบบพวกนักร้องที่เต้นไปด้วย ร้องไปด้วย
ผมจะชอบมากและพยายามดูว่าเค้าเต้นกันยังไงคับ แต่ผมก็ทำไม่ได้หรอกคับ เพราะผม
อ่อนด้อยเรื่องการควบคุมร่างกายมาก ๆ แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสังเกตุว่า การทำอะไร
ให้เหนือชาวบ้านในเชิงสร้างสรรค์นั้นทำยังไงครับ เช่น ถ้าคุณเต้นท่าง่าย ๆ ที่ชาวบ้านเต้นได้
มันก็ไม่เท่ใช่มั้ยคับ หรือว่ามีใครเต้นท่าประหลาด ๆ ยาก ๆ มา ผมก็จะรู้ทันทีหรือบางทีท่ายาก แต่มันเสี่ยว ก็ไม่ไหวครับ สิ่งพวกนี้ผมเอา มาใส่ในงานที่ทำอยู่ทุกวันได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็น motion หรือการหา idea แปลก ๆหรือวิธีการ ทำให้เหนือกว่าคู่แข่งทั้งด้าน creatavieและ production และส่งผลกระทบให้ผมชอบ K-Popอย่างสาวน้อย BoAและลามไปถึงสาวน้อย Im Soo Jungขวัญใจตลอดกาลด้วยครับ

5.สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตผมอีกครั้ง คือ การ์ตูน เรือ่ง สามก๊ก กับ vagabond ครับ อย่างเรือ่ง vagabond นั้น
ทำให้ผมเข้าใจตัวเองมากขึ้นในแง่ของการบูรณาการครับ เพราะเมื่อก่อนผมจะสับสนมาก ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี แต่อ่านเรือ่งนี้ (รวมถึงศึกษาประวัติของมุซาชิ จากหนังสือ เพิ่มเติม) ทำให้ผมรู้ว่าการเรียนรู้แบบบูรณาการนั้นดีอย่างไรครับ ส่วนเรื่องสามก๊กนั้นสอนในเรื่องการวางกลยุทธ์ ทักษะการพูด (ผมเพิ่งเข้าใจว่าการพูดนั้นเปลี่ยนได้ทุกอย่างครับ ถ้าพูดให้เป็น) มุซาชิก็สอนเรื่องกลยุทธ์เช่นกัน ผมอ่านเล่มใหญ่ ๆ ของสามก๊กไม่จบครับ อ่านแค่ของยาขอบ ฉบับเล่าปี่ กับจิวยี่ ผมความจำไม่ดี อ่านไปก็จำรายละเอียดไม่ค่อยได้หรอกครับ แต่มันช่วยขยายขอบเขตและมุมมองในหลาย ๆ ด้านให้กับผม แค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ

ยาวดีมั้ยคับนี่ จบแล้วคับ

ปล. ผมขอ tag ต่อไปที่ http://imyself.exteen.com/กับ http://adverblog.exteen.com/, http://www.pingbook.com/diary/แล้วก็ http://www.bangkok2.com/blog/pla_journey/ ละกันครับ ผมรู้จักอยู่ไม่กี่คนเองอ่ะ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ข้อ 2 เป็นเหมือนกันเลย ถ้าไม่มีพ่อคอยนำทางหรือรู้จุดหมายที่แน่ชัดล่ะก็หลงแน่
#1  by  ลอท At 2007-02-09 13:24, 

อ่านหนังสือ ได้อะไรมากกว่าที่คิด
ดีจัง แต่ไม่เคยอ่าน สามก๊กจบเลย
#2  by  POP At 2007-02-10 23:18, 
3 ก๊ก พยายามจะอ่านหลายที ก็ขี้เกียจอ่านทุกทีเลย
#3  by  ||*Just JaZZ*|| At 2007-02-11 18:45, 
มาบอกว่า ทำแล้วนะคะ

ที่ pimsblog นะ โฮะๆ
#4  by  * Night Wanderer * At 2007-02-12 01:45, 
Hello! Good Site! Thanks you! rqmpmmefsxapfs
#5  by  gohwfjvvbc (212.107.116.240) At 2008-01-20 17:23, 

<< Home